อุบลฯ จัดกิจกรรม“วิ่งเปิดฟ้าที่ผาชะนะได ซีซั่น
Super Minimarathon ครั้งที่ 2 รับแสงแรกก่อนใครในสยาม โดยการจัดงาน ตรวจ ATK ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 Covid-19 อย่างเคร่งครัด 13 ก.พ.65 ณ ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้นาย นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเปิดกิจกรรมวิ่ง วิ่งเปิดฟ้าที่ผาชะนะได ซีซั่น 2 Super Minimarathon ครั้งที่ 2 รวมระยะทาง 13.5 กิโลเมตร โดยจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยหันมาใส่ใจในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวขึ้นผาชะนะได





นอกจากนีผู้เข้าร่วมแข่งขัน กว่า 1 พันคน ยังจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม และชมความสวยงามของภูมิทัศน์ รอบบริเวณผาชะนะได ที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อน และมีพันธุ์ดอกไม้ป่าที่หายากนอกจากนั้นท่านยังสามารถมองเห็นวิถีชีวิต ผู้คนริมแม่น้ำโขง ยังเป็นการปลุกกระแสการท่องเที่ยวเมืองรอง และขานรับนโยบายของของรัฐบาลตามโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ทางฝ่ายจัดงานได้เน้นเรื่องความปลอดภัย ตรวจ ATK ผู้เข้าร่วมกิจจกรรม และเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าร่วมงานทุกคน โดยใช้มาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) อย่างเคร่งครัด 
กาญจนบุรี รองชัยยศถือฤกษ์ดี เปิดอาคาร
อาทิตย์ ก.พ. 13 , 2022
กาญจนบุรี รองชัยยศถือฤกษ์ดี เปิดอาคารสำนักงานที่ทำ […]

You May Like
-
กาญจนบุรี – หนุ่มเดนคุกตามจีบสาววัย19 ถูกพ่อเลี้ยงกีดกัน โมโหจัดควักปืนยิงดับ ลุงเก็บของป่าผ่านมาเจอถูกยิงดับไปอีกราย กาญจนบุรี หนุ่มเดนคุกตามจีบสาววัย 19 แต่เจ้าตัวไม่เล่นด้วย แถมพ่อเลี้ยงและแม่ยังกีดกัน โมโหจัดควักปืนยิงพ่อเลี้ยงเสียชีวิต ขณะที่ลุงหาของป่าเดินผ่านมาเจอถูกยิงดับไปอีกราย พบประวัติสุดโหดก่อคดีฆ่าเผายัดเตาถ่าน เพิ่งพ้นคุกมาได้แค่ปีเดียว ก่อนมาก่อเหตุสุดอุกอาจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเลาขวัญ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตจำนวน 2 ราย เหตุเกิดภายในป่าสัก พื้นที่บ้านพุบอน หมู่ 3 ตำบลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต สภาพศพถูกยิง เข้าที่บริเวณใบหน้าและลำตัว นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น จำนวน 2 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายเสริมศักดิ์ หรือ ต้าร์ ขุนกลาง อายุ 38 ปี (ไม่ใส่เสื้อ) มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัด และ นายบุญส่ง ศรีทับทิม หรือ ลุงส่ง อายุ 50 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัดเช่นกัน ส่วนตัวผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือนายจิรเดช หรือ ต้อม ทองยิ้ม อายุ 36 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร จากการสอบถาม นางมด อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ นายเสริมศักดิ์ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาจีบและติดพันน้องเนย ซึ่งเป็นลูกสาวของตนเองประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่ลูกสาวของตนไม่เล่นด้วย ทำให้ นายจิรเดชเกิดความโมโหและพยายามมาตามตื้อลูกสาวของตนที่บ้านอยู่หลายครั้ง ก่อนเกิดเหตุตนและสามี ได้ออกไปหาตัดไม้เผาถ่านตามปกติ กระทั่ง นายจิรเดชได้เข้ามาหาที่บริเวณป่าสักจุดเกิดเหตุ ซึ่งตนพร้อมสามีรวมถึงวัยรุ่นหนุ่มสาวอีก 2 คนกำลังนั่งเล่นกันอยู่ นายจิรเดช ได้เข้ามาพยายามสอบถามว่าน้องเนยไปอยู่ที่ไหน แต่ตนและสามีไม่ยอมบอก ทำให้ นายจิรเดช เกิดความโมโหควักอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่พกติดตัวออกมาข่มขู่ แต่ นายเสริมศักดิ์ซึ่งเป็นสามีของตนก็ยังไม่ยอมบอก ทำให้ นายจิระเดชตัดสินใจใช้ปืนยิงเข้าใส่ นายเสริมศักดิ์ ที่ใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัด ต่อหน้าต่อตาของตนและวัยรุ่นอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ นายบุญส่ง ซึ่งมีอาชีพหาของป่าเดินผ่านมาพอดี นายจิรเดช จึงหันปืนไปรัวยิงใส่ นายบุญส่งอีก 3 นัด จนล้มลงเสียชีวิตข้างศพของ นายเสริมศักดิ์ หลังก่อเหตุนายจิระเดชยังได้บังคับให้ตนนั่งรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายพากลับไปส่งที่บ้านของตน ก่อนที่ นายจิรเดชจะขี่รถหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ ด้วยความกลัวตนจึง รีบหนีออกไปจากบ้านก่อนจะโทรไปแจ้งให้ป้าทราบเรื่องและโทรแจ้งตำรวจ จนนำไปสู่การจับกุมตัว นายจิรเดชดังกล่าว ขณะเดียวกัน นางทิม แก้วบุตรดี อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นป้าของ นางสาวมด ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาพยายามจีบน้องเนยหลานสาวของตนได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่ตลอดเวลาน้องเนยไม่เล่นด้วย เพราะรู้ถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีของนายจิระเดช จึงไม่อยากยุ่งด้วย แต่ นายจิรเดช ก็ยังตามตื้อไม่เลิก คืนก่อนเกิดเหตุ ก็ได้ขับรถมาเบิ้ลเครื่องที่หน้าบ้านและพยายามเข้าไปหาน้องเนยที่อยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน จนน้องเนยต้องโทรไปหา นางสาวมด ซึ่งเป็นแม่ และนายเสริมศักดิ์ที่เป็นพ่อเลี้ยง ให้มาช่วยอยู่เป็นเพื่อน และพยายามไล่ให้ นายจิรเดชกลับบ้านไป กระทั่งช่วงเช้าเมื่อ นายเสริมศักดิ์และนางสาวมด ออกไปเข้าป่าตัดฟืนมาเผาถ่านตามปกติก็ไปเจอกับ นายจิรเดชผู้ก่อเหตุ จนนำมาสู่การก่อเหตุสุดอุกอาจครั้งนี้ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ พบว่าเมื่อช่วงปี 2559 ได้เคยก่อเหตุฆ่าผู้สูงอายุและ นำศพไปยัดเตาเผาถ่านเพื่อจุดไฟเผาอำพรางคดีมาแล้ว โดยศาลได้ตัดสินจำคุก นายจิรเดชเป็นเวลา 25 ปี แต่ นายจิรเดชได้รับการลดหย่อนโทษกระทั่งพ้นโทษออกมาเมื่อประมาณปี 2565 ติดคุกจริงเพียง 5 ปี ก่อนจะกลับมาอยู่ที่บ้าน ก่อนจะมาติดพันน้องเนยจนนำไปสู่การก่อเหตุในครั้งนี้ /////////////////////////////////////////////////////////// ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์ – รายงาน
@เอกชัย โปธา 08/11/2023
