จ.ยะลา พบป่าไม้สมบูรณ์ขนาดใหญ่ถูกตัดโค่นกลาง
ป่าลึกบนภูเขาสูง ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 65 ภายใต้การสั่งการ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.ต.ท.ธนพล เยาวพักตร์ สวญ.สภ.ปะแต พร้อมกำลัง จนท.ตร.สภ.ปะแต ร้อย ทพ.4716, จนท.ผภม.กปก.สขว.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันออกตรวจสอบหาข่าว พิสูจน์ทราบการกระทำผิดกฏหมายว่าด้วยการป่าไม้ ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าแผ้วถางป่า ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลาบูและป่าถ้ำทะลุ ท้องที่ กลุ่มบ้านเจาะบันตัง ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นรอยติดต่อเขต บ้านตะโล๊ะเว หมู่ที่ 9 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันออกตรวจสอบบริเวณพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์พบร่องรอยมีการตัดถนนใหม่เข้าไปในป่า จึงติดตามรอยไปสุดถนนดิน พบกองไม้หลุมแปรรูป ขนาดต่างๆ ตรวจนับได้จำนวน 50 แผ่น ชิ้น รอการขนย้ายออกจากป่า คณะเจ้าหน้าที่เดินตามรอยชักลากจากป่าไปประมาณ 100 เมตร พบต้นไม้หลุมพอ ขนาดโคนต้นโตประมาณ 6 เมตร ถูกตัดโค่นด้วยเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ล้มคาตอ แล้วบั่นเป็นท่อน แล้วลักลอบแปรรูป อยู่กลางป่าลึก บนภูเขาสูง ที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 220 เมตร อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลาบูและป่าถ้ำทะลุ บริเวณท้องที่ กลุ่มเจาะบันตัง ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา คณะเจ้าหน้าที่ติดป้าย ปกป่า เพื่อแผ่นดิน แม่ โดยขณะเข้าตรวจสอบไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดในพื้นที่ป่าสงวนถูกทำลาย คาดว่าหลบหนีไปก่อน จนท.ไปถึง เพราะก่อนที่ จนท.ได้ยิงเสียง คล้ายเสียงปืนยิงเป็นสัญญาณจำนวน 1 นัด และไม่พบอุปกรณ์ในการตัดไม้ทำลายป่าแต่อย่างใด






การลักลอบตัดไม้แปรรูปไม้ เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507สถานที่เกิดเหตุท้องที่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลาบูและป่าถ้ำทะลุ บริเวณท้องที่ กลุ่มเจาะบันตัง ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา จนท.แจ้งให้ หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 ลำพะยา-บันนังสตา-ฮาลา สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 นราธิวาส ดำเนินการตรวจสอบการลักลอบตัดไม้ และตรวจชนิดไม้ ตรวจวัดขนาดไม้และจำนวนไม้ และดำเนินการตรวจยึด ขนย้ายไม้แปรรูปดังกล่าวข้างต้นโดยด่วน เพื่อป้องกันการสูญหายเสียหาย แล้วจัดทำรายละเอียด ดำเนินการร้องทุกข์ต่อ
พงส.สภ.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อตามกฎหมายต่อไป และเพิ่มความเข้มงวด ไม่ให้ป่าไม้สมบูรณ์ถูกทำลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ปกป่า เพื่อแผ่นดิน แม่ 
ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย อ.เบตง จ.ยะลา โทร.064-126-5593 – 080-036-2786
จ.ยะลา ญาติแจ้งความคนหาย 4 วันพบอีกครั้งเป็นศพ
อาทิตย์ ก.ค. 24 , 2022
จ.ยะลา ญาติแจ้งความคนหาย 4 วันพบอีกครั้งเป็นศพลอยต […]

You May Like
-
จ มุกดาหาร จาก อ หาดใหญ่ จ สงขลา สคอ สสส จับมือเครือข่าย สร้างทางม้าลายแห่งแรกของเกาะลิบง ร่วมป้องกันอุบัติเหตุทางถนน จ.ตรัง เครือข่ายลดอุบัติเหตุจับมือภาคีลงพื้นที่เกาะลิบง จ.ตรัง – ชู 6 ส. สร้างความปลอดภัยชุมชน พร้อมจัดกิจกรรมทาสีทางม้าลายหน้าโรงเรียนแห่งแรกของเกาะ หนุนเพิ่มความตระหนักขับขี่ปลอดภัย ลดเร็ว ลดเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ ที่ ต.เกาะลิบง อ.กันตรัง จ.ตรัง- สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของ สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายลงพื้นที่ศึกษาดูงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตรัง จังหวัดตรัง เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานและแนวทางการป้องกันแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนของพื้นที่ ร่วมศึกษาการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายสู่การเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย พร้อมระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ผลักดันเป็นมาตรการสร้างความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า สคอ.พร้อมคณะสื่อมวลชนและเครือข่าย ได้แก่ สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย สมาคมสื่อช่อสะอาด สถานีโทรทัศน์ ไทย เคเบิล บรอดแคสติ้ง ช่อง 37 HD และบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ร่วมลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การทำงานด้านป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้รูปแบบการทำงานในวิถีท้องถิ่นของคนบนเกาะที่มีพื้นที่เฉพาะ ศึกษวิธีการทำงานด้านลดอุบัติเหตุในพื้นที่ เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น การท่องเที่ยวปลอดภัย และการเชื่อมโยงคนในชุมชนด้วยผู้นำศาสนาที่กำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชุมชนทุกมิติ นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนร่วมกับคนในชุมชน ด้วยการทาสีทางม้าลายบริเวณหน้าโรงเรียนเพื่อลดจุดเสี่ยงเวลาเด็กนักเรียนมาโรงเรียน และทำให้ผู้ขับขี่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยเมื่อเห็นทางม้าล้ายต้องชะลอความเร็ว ทั้งนี้ได้กำหนดไว้ 2 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านเกาะลิบง ม. 1 บ้านโคกสะท้อน และโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ ม.4 บ้านบาตูปูเต๊ะ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ทั้งนี้การที่ สคอ.และเครือข่ายในพื้นที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะทำให้คนในชุมชนได้เกิดการตื่นตัว เห็นความสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่ตนเองมากขึ้นและที่สำคัญถือเป็นการเริ่มต้นการมีทางม้าลายแห่งแรกของเกาะลิงบงอีกด้วย นายสิทธิพร จิเหลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง กล่าวว่า ตำบลเกาะลิบงมี 8 หมู่บ้าน ประชากร 7,422 คน 2,272 ครัวเรือน ประกอบอาชีพประมงและกรีดยาง คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ผู้นำศาสนามีบทบาทสำคัญมากในพื้นที่และมีโรงเรียนประถมศึกษา 6 แห่ง โดยเรื่องความปลอดภัยของคนในชุมชน เป็นบทบาทหน้าที่สำคญของท้องถิ่นที่จะต้องเข้าไปดูแล ได้แก่ ด้านถนน ทาง อบต.ได้ให้งบสร้างถนนคอนกรีต 3 สาย ยาวกว่า 20 กิโลเมตร แต่ก็ยังเหลือหมู่บ้านที่เป็นถนนลูกรังเพราะถนนไม่ได้อยู่ในการดูแลของอบต. จึงไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ ด้านอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่ตํารวจรับแจ้งเหตุและตรวจท้องที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ด้านการท่องเที่ยว ได้จัดระเบียบบริเวณท่าเรือ แก้ปัญหาจราจร โดยทำ MOU กับชุมชน ทุกคนที่มีรถและเดินทางมาในบริเวณท่าเรือต้องจอดรถตามจุดที่ให้จอดเท่านั้น ผู้ฝ่าฝืนจะมีการตักเตือน ด้านป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ในพื้นที่เกาะลิบง ยังมีจุดเสี่ยงหลายแห่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขประมาณ 4-5 จุด เช่น บริเวณหน้าโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ผู้ขับขี่มักใช้ความเร็วสูงเพราะถนนโล่ง และไม่มีทางม้าลายให้คนข้าม ส่งผลให้เด็กนักเรียนเสี่ยงอันตรายเวลาข้ามถนน ซึ่ง อบต.กำลังเร่งแก้ไขปรับปรุง นายสิทธิพรฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการใช้กฎหมายเข้มกับคนบนเกาะทำได้ยาก ต้องปรับเป็นสร้างจิตสำนึกและรณรงค์ถึงความสำคัญจึงจะทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น ช่วงที่ผ่านมาอุบัติเหตุในพื้นที่มีน้อย เดือนละ 1-2 ครั้ง บางเดือนไม่มีเลย ส่วนใหญ่ที่เกิดเป็นนักท่องเที่ยว เช่ารถจักรยานยนต์ขี่เอง และไม่ชำนาญทางทำให้เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย และกรณีเสียชีวิตเคยเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยวัยรุ่นในพื้นขับเร็วและไม่ใส่หมวกกันน็อคเกิดเฉี่ยวชนกับคู่กรณีที่ขี่จักรยานยนต์เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่สนใจทาง จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุชนอย่างแรงทำให้เสียชีวิต 1 ราย หลังจากนั้นก็ยังไม่มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่อีกเลย นางไพรัช วัฒนกุล เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ตรัง กล่าวว่า กว่า 10 ปี ที่ตนเองทำงานในพื้นที่คนในชุมชนพบว่า คนเกาะลิบงมีอัธยาศรัยดีเป็นกันเอง พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดเวลา ผู้นำมีความเข้มแข็ง มีการทำงานเชื่อมโยงเครือข่ายในพื้นที่เป็นอย่างดี และเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ทางเครือข่าย สสส. ได้ลงไปเปิดเวทีความคิด นำคนในชุมชนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พาไปศึกษาดูงานแล้วนำสิ่งที่ได้มาปรับใช้ในพื้นที่ตนเอง จนทำให้เกาะลิบงพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปในที่ดีขึ้น สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ของชุมชนเองได้ เกิดความร่วมมือคนในชุมชนที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงภาคีได้ดี จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัยเกือบทุกด้าน เกาะลิบงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะวันหยุด นอกจากนี้ยังมีแบบโฮมเสตย์ ที่ทางุชมชนควบคุมราคาไม่ให้เอาเปรียบนักท่องเที่ยว มีการทำข้อตกลงร่วมกันในคนชุมชนที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวประทับใจและได้รับบริการที่ดีกลับไป สำหรับข้อแนะนำนักท่องเที่ยวที่จะมาเกาะลิบง จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ห้าม 6 ส.ได้แก่ สุนัข สุกร สายเดี่ยว สุรา ยาเสพติด และนุ่งสั้น หากนักท่องเที่ยงนุ่งสั้นหรือแต่งกายล่อแหลม ก็จะให้แต่งกายให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันอาชญากรรม เกือบทุกหมู่บ้านจะห้ามดื่มและจำหน่วยสุรา ยกเว้นบางพื้นที่ที่เป็นรีสอร์ทเอกชน ปัจจุบันเกาะลิบง ได้มีการพัฒนาและขยายเครือข่ายการทำงาน เช่น การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย การใส่หมวกกันน็อค ฝึกอาชีพ แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร และจัดการขยะในพื้นที่ จากความร่วมมือ ร่วมใจของทุกฝ่ายที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ สร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับชุมชนทุกมิติ ส่งผลให้ปัจจุบันเกาะลิบงได้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัยที่มีความเข้มแข็ง และยั่งยืนตลอดไป ภาพโดย ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ เรียบเรียง โดย สุดารัตน์. คนไว เหยี่ยวข่าวยอดพระยมรายงาน
@เอกชัย โปธา 05/06/2022
