สุดปลาบปลื้ม หน่วยแพทย์หลวง สำนักพระราชวัง
ลงพื้นที่จัดฉีดวัคซีน Pfizer แบบ Walk-in โดยผู้ว่าฯ นำทีม ผู้การฯตำรวจ หัวหน้าส่วน พร้อมชาวอยุธยา เข้าร่วมรับวัคซีนหลวง วันนี้ 17 มีค.65 เมื่อเวลา 09.00 น. นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.อ.ภัทราวุธ ทิพโกมุท รอง ผอ.รมน.จว. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา นายยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมลงพื้นที่จุดบริการฉีดวัคซีนของหน่วยแพทย์หลวง นำโดย นายแพทย์พงษ์สันต์ สุปรียธิติกุล นายแพทย์หลวง สำนักพระราชวัง โดยมี นายสุระชัย กุหลาบ เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ รักษาราชการผู้ดูแลพระตำหนักสิริยาลัย อำนวยการจุดฉีดวัคซีน Pfizer แบบ Walk-in ให้กับครอบครัวข้าราชบริพารและประชาชนที่บริเวณหน้าพระตำหนักสิริยาลัย ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่ง ผบก.ตร.ภว. พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นด้วย



นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับการประสานงานจากสำนักพระราชวัง จัดส่งหน่วยแพทย์หลวง จำนวน 28 ท่าน มาทำการฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับครอบครัวข้าราชบริพารและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบพระราชฐาน พระตำหนักสิริยาลัย จำนวน 300 คน
ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้ร่วมกับพระตำหนักสิริยาลัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการสนับสนุนการจัดฉีดวัคซีนของหน่วยแพทย์หลวง จากสำนักพระราชวัง เพื่อให้บริการฉีดวัคซีน Pfizer แบบ Walk-in สำหรับประชาชนที่ เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มสูงขึ้น ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งหากมีจำนวนผู้มารับวัคซีนจำนวนมาก ทางจังหวัดฯ ได้จัดเตรียมสนับสนุนเพิ่มเติมโดยทำการฉีดต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา
UVC PROUD : อาชีวะอุบลฯ พัฒนาครู เติมความรู้
ศุกร์ มี.ค. 18 , 2022
UVC PROUD : อาชีวะอุบลฯ พัฒนาครู เติมความรู้ภาษาอั […]

You May Like
-
กาญจนบุรี – หนุ่มเดนคุกตามจีบสาววัย19 ถูกพ่อเลี้ยงกีดกัน โมโหจัดควักปืนยิงดับ ลุงเก็บของป่าผ่านมาเจอถูกยิงดับไปอีกราย กาญจนบุรี หนุ่มเดนคุกตามจีบสาววัย 19 แต่เจ้าตัวไม่เล่นด้วย แถมพ่อเลี้ยงและแม่ยังกีดกัน โมโหจัดควักปืนยิงพ่อเลี้ยงเสียชีวิต ขณะที่ลุงหาของป่าเดินผ่านมาเจอถูกยิงดับไปอีกราย พบประวัติสุดโหดก่อคดีฆ่าเผายัดเตาถ่าน เพิ่งพ้นคุกมาได้แค่ปีเดียว ก่อนมาก่อเหตุสุดอุกอาจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเลาขวัญ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตจำนวน 2 ราย เหตุเกิดภายในป่าสัก พื้นที่บ้านพุบอน หมู่ 3 ตำบลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต สภาพศพถูกยิง เข้าที่บริเวณใบหน้าและลำตัว นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น จำนวน 2 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายเสริมศักดิ์ หรือ ต้าร์ ขุนกลาง อายุ 38 ปี (ไม่ใส่เสื้อ) มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัด และ นายบุญส่ง ศรีทับทิม หรือ ลุงส่ง อายุ 50 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัดเช่นกัน ส่วนตัวผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือนายจิรเดช หรือ ต้อม ทองยิ้ม อายุ 36 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร จากการสอบถาม นางมด อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ นายเสริมศักดิ์ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาจีบและติดพันน้องเนย ซึ่งเป็นลูกสาวของตนเองประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่ลูกสาวของตนไม่เล่นด้วย ทำให้ นายจิรเดชเกิดความโมโหและพยายามมาตามตื้อลูกสาวของตนที่บ้านอยู่หลายครั้ง ก่อนเกิดเหตุตนและสามี ได้ออกไปหาตัดไม้เผาถ่านตามปกติ กระทั่ง นายจิรเดชได้เข้ามาหาที่บริเวณป่าสักจุดเกิดเหตุ ซึ่งตนพร้อมสามีรวมถึงวัยรุ่นหนุ่มสาวอีก 2 คนกำลังนั่งเล่นกันอยู่ นายจิรเดช ได้เข้ามาพยายามสอบถามว่าน้องเนยไปอยู่ที่ไหน แต่ตนและสามีไม่ยอมบอก ทำให้ นายจิรเดช เกิดความโมโหควักอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่พกติดตัวออกมาข่มขู่ แต่ นายเสริมศักดิ์ซึ่งเป็นสามีของตนก็ยังไม่ยอมบอก ทำให้ นายจิระเดชตัดสินใจใช้ปืนยิงเข้าใส่ นายเสริมศักดิ์ ที่ใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัด ต่อหน้าต่อตาของตนและวัยรุ่นอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ นายบุญส่ง ซึ่งมีอาชีพหาของป่าเดินผ่านมาพอดี นายจิรเดช จึงหันปืนไปรัวยิงใส่ นายบุญส่งอีก 3 นัด จนล้มลงเสียชีวิตข้างศพของ นายเสริมศักดิ์ หลังก่อเหตุนายจิระเดชยังได้บังคับให้ตนนั่งรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายพากลับไปส่งที่บ้านของตน ก่อนที่ นายจิรเดชจะขี่รถหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ ด้วยความกลัวตนจึง รีบหนีออกไปจากบ้านก่อนจะโทรไปแจ้งให้ป้าทราบเรื่องและโทรแจ้งตำรวจ จนนำไปสู่การจับกุมตัว นายจิรเดชดังกล่าว ขณะเดียวกัน นางทิม แก้วบุตรดี อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นป้าของ นางสาวมด ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาพยายามจีบน้องเนยหลานสาวของตนได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่ตลอดเวลาน้องเนยไม่เล่นด้วย เพราะรู้ถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีของนายจิระเดช จึงไม่อยากยุ่งด้วย แต่ นายจิรเดช ก็ยังตามตื้อไม่เลิก คืนก่อนเกิดเหตุ ก็ได้ขับรถมาเบิ้ลเครื่องที่หน้าบ้านและพยายามเข้าไปหาน้องเนยที่อยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน จนน้องเนยต้องโทรไปหา นางสาวมด ซึ่งเป็นแม่ และนายเสริมศักดิ์ที่เป็นพ่อเลี้ยง ให้มาช่วยอยู่เป็นเพื่อน และพยายามไล่ให้ นายจิรเดชกลับบ้านไป กระทั่งช่วงเช้าเมื่อ นายเสริมศักดิ์และนางสาวมด ออกไปเข้าป่าตัดฟืนมาเผาถ่านตามปกติก็ไปเจอกับ นายจิรเดชผู้ก่อเหตุ จนนำมาสู่การก่อเหตุสุดอุกอาจครั้งนี้ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ พบว่าเมื่อช่วงปี 2559 ได้เคยก่อเหตุฆ่าผู้สูงอายุและ นำศพไปยัดเตาเผาถ่านเพื่อจุดไฟเผาอำพรางคดีมาแล้ว โดยศาลได้ตัดสินจำคุก นายจิรเดชเป็นเวลา 25 ปี แต่ นายจิรเดชได้รับการลดหย่อนโทษกระทั่งพ้นโทษออกมาเมื่อประมาณปี 2565 ติดคุกจริงเพียง 5 ปี ก่อนจะกลับมาอยู่ที่บ้าน ก่อนจะมาติดพันน้องเนยจนนำไปสู่การก่อเหตุในครั้งนี้ /////////////////////////////////////////////////////////// ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์ – รายงาน
@เอกชัย โปธา 08/11/2023
