อาชีวะอุบลฯ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ติดตามผลการ
ประเมินและรับรองคุณภาพสถานศึกษาด้านการอาชีวศึกษา ระดับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (APACC)” พร้อมขับเคลื่อนภารกิจสถานศึกษาสู่มาตรฐานสากล
วันที่ 26 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 น. นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ 4 ฝ่าย นำหัวหน้าคณะวิชา หัวหน้าแผนกวิชา หัวหน้างาน และคณะกรรมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ติดตามผลการประเมินและรับรองคุณภาพสถานศึกษาด้านการอาชีวศึกษา ระดับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (APACC)” โดยมี ดร.พงศ์ศธร พิมพะพนิตย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานประกันคุณภาพการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ และให้คำแนะนำในการดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจของสถานศึกษาให้มีมาตรฐานในระดับสากล อีกทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพในการทำงาน พร้อมปรับปรุงสถานศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการประเมินและรับรองคุณภาพด้านการอาชีวศึกษา ระดับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือ APACC ครั้งที่ 2 ต่อไปในอนาคต หลังจากที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี





ผ่านการประเมินในระดับเหรียญทอง มาแล้วด้วยคะแนนผ่านการประเมิน 474 คะแนน จากคะแนนเต็ม 500 คะแนน ในปี 2561 และผ่านการรักษาสภาพมาตรฐานดังกล่าว ในปี 2563 จึงเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ ตามเป้าหมายการดำเนินงานของสถานศึกษาที่ว่า รักษามาตรฐานเดิม เพิ่มเติมปริมาณและคุณภาพ สร้างภาพลักษณ์เพื่อการอาชีวศึกษาที่ดี พัฒนา UVC สู่ความเป็นเลิศ
กฟผ.เขื่อนสิรินธร ร่วมกับศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ
จันทร์ มิ.ย. 26 , 2023
กฟผ.เขื่อนสิรินธร ร่วมกับศูนย์กสิกรรมธรรมชาติกาฬสิ […]

You May Like
-
กลุ่ม หัวฟู อาร์ต สตูดิโอ แต่งแต้มสีสันเติมชีวิตชีวาผ่าน Street Art 3 มิติ Soft Power วิถีชีวิตแห่งเบตง ยะลา – กลุ่ม หัวฟู อาร์ต สตูดิโอ แต่งแต้มสีสันเติมชีวิตชีวาด้วย Street Art 3 มิติ กับอาหารพื้นถิ่น และ อาหาร Street Food Soft Power วิถีชีวิตแห่งเบตง พร้อมเชิญชวนถ่ายภาพสตรีทอาร์ต แชะแล้ว แชร์เลย ลุ้นเงินรางวัล 2,000 บาท ในงาน A-WALK AWAKE @ เบตง by ร้านเด็ดแฟร์ วันนี้ (24 ต.ค.66) กลุ่มศิลปินวาดภาพสตรีทอาร์ต ในนาม หัวฟู อาร์ต สตูดิโอ นำโดย นายสุชาติ ม่านทอง (ตาล) นางสาวอำพร ชมกระบิล(พร) ปิยพล สุขเลี้ยงเจริญ (ป่าน) ไทยง ศรีรัตนพันธ์(ยง) และ พงษ์พิพัฒน์ เขตบุญไสย์(แม็ค) กำลังวาดภาพถ่ายทอดผลงาน Street Art 3 มิติ กับอาหารพื้นถิ่น และ อาหาร Street Food ที่เป็น Soft Power ของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา บนผนังบ้านของชาวบ้าน และผู้ประกอบการในเมืองเบตง โดยมีบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้ความสนใจชมผลงานสตรีทอาร์ต และให้กำลังใจกลุ่มศิลปินวาดภาพสตรีทอาร์ต พร้อมถ่ายรูปเก๋ๆ ในแบบ 3 มิติ ลงโซเชียล อวดเพื่อนๆ ให้มาเช็คอิน นายสุชาติ ม่านทอง ศิลปินที่ใช้นามปากกา Huafoo Art (หัวฟูอาร์ต) กล่าวว่า สำหรับคอนเซ็ปต์ของ Street Art ในครั้งนี้ นำเสนออาหารพื้นถิ่นและอาหาร Street Food ที่เป็น Soft Power ของอำเภอเบตง อาทิ ไก่สับเบตงสูตรโบราณ อาหารเลิศรสและขึ้นชื่อของเบตง เป็นเมนูเด็ดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด , ปลานิลสายน้ำไหลเบตง ปลานิลที่เลี้ยงในสายน้ำไหลจากสายน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาสันกาลาคีรี เลี้ยงในน้ำธรรมชาติและมีน้ำไหลผ่านตลอด โดยที่ปลาจะไม่มีกลิ่นโคลน ไม่มีกลิ่นคาว เนื้อแน่น ไร้ไขมัน จนสามารถน้ำมาทำเป็นเมนูซาซิมิแบบอาหารญี่ปุ่นได้ และเมนูชาบูลวกจิ้มก็ได้อีกด้วย , ขนมเปี๊ยะมงคล เป็นขนมงานมงคลและขนมไหว้เจ้าของชาวจีนในเบตง , ปูโล๊ะลือแม หรือข้าวหลามบาซูก้า อีกหนึ่งอาหารอัตลักษณ์ของชาวมุสลิมในพื้นที่ หนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร ต้อนรับเทศกาลวันฮารีรายอ , ภาพหญิงมุสลิมกำลังตำโกปีฮาลา หรือ กาแฟโบราณเบตง เครื่องดื่มยอดนิยมตลอดกาล ที่ชาวเบตงนิยมดื่มกาแฟกันในช่วงเช้าและช่วงค่ำ โดยกินคู่กับข้าวเหนียว (ปูโล๊ะ) หรือ โรตี กลายเป็นสินค้าของฝากสำคัญอีกชิ้นหนึ่งเมื่อมาเยือนเมืองเบตง , กระเพาะปลาโบราณ ในตำนานเมืองเบตง อร่อยข้ามรุ่นกว่า 50 ปี , ก๋วยเตี๋ยวขาวกระดูกหมู , ไอศกรีมมูซังคิง จากทุเรียนมูซังคิง “ราชาแห่งทุเรียนมาเลย์” ทำเป็นไอศกรีมสูตรโฮมเมด หอมหวานมันอร่อยและการแห่มังกรในเทศกาลกินเจเมืองเบตง ทั้งหมดนี้นับเป็นผลงานสตรีทอาร์ตสุดเก๋ แนว 3 มิติ ของกลุ่มหัวฟู อาร์ต สตูดิโอ กับสตอรี่ที่ตอบโจทย์ชุมชนมากกว่าแค่คำว่า “ศิลปะ” เสน่ห์ของเบตง ที่ต้องมาลองสัมผัส ด้าน นายกิจจา ไวชมภู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จังหวัดยะลา ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา, สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา, เทศบาลเมืองเบตง และบริษัท เวิร์ค พอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เตรียมจัดงาน A-WALK AWAKE @ เบตง by ร้านเด็ดแฟร์ ร่วมปลุกเมืองเบตง กับความเด็ดที่ใต้สุดของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 23 – 29 ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ บริเวณหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศพร้อมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอำเภอเบตง สร้างสีสัน สร้างเอกลักษณ์ใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลายและส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ ที่น่าประทับใจ พบกับกิจกรรมมากมาย ได้แก่ STREET ART : แชะ ภาพวาดแบบสามมิติ บนผนังทั่วเมืองเบตง , STREET FOOD : ชิม อาหารเด็ด ของอร่อยต้องลอง และ STREET SHOW : ชมโชว์ ศิลปวัฒนธรรมประยุกต์ พร้อมกับศิลปินชื่อดัง พร้อมร่วมกิจกรรมและลุ้นรับของรางวัลภายในงาน โดยเฉพาะกิจกรรมสตรีทอาร์ตปลุกเมือง แชะแล้ว แชร์เลย เพียงถ่ายรูปกับสตรีทอาร์ต 3 มิติ วิถีชีวิตแห่งเบตง อย่างน้อย 3 ภาพ พร้อมเขียนแคปชั่นว่าชอบภาพไหนมากที่สุด เพราะอะไร แล้วโพสต์บนเฟสบุ๊กส่วนตัวและติดแฮชแท็ก #AWALKAWAKEATBETONG และตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะตลอดระยะเวลาของกิจกรรม สำหรับโพสต์ที่โดนใจกรรมการและทำถูกต้องตามกติกา 3 โพสต์ จะได้รับรางวัล รางวัลละ 2,000 บาท และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เวลา 17.00 น. ทาง Facebook fanpage: ร้านเด็ดแฟร์ ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา โทร.064-126-5593
@เอกชัย โปธา 24/10/2023
-
จ มุกดาหาร จาก อ หาดใหญ่ จ สงขลา สคอ สสส จับมือเครือข่าย สร้างทางม้าลายแห่งแรกของเกาะลิบง ร่วมป้องกันอุบัติเหตุทางถนน จ.ตรัง เครือข่ายลดอุบัติเหตุจับมือภาคีลงพื้นที่เกาะลิบง จ.ตรัง – ชู 6 ส. สร้างความปลอดภัยชุมชน พร้อมจัดกิจกรรมทาสีทางม้าลายหน้าโรงเรียนแห่งแรกของเกาะ หนุนเพิ่มความตระหนักขับขี่ปลอดภัย ลดเร็ว ลดเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ ที่ ต.เกาะลิบง อ.กันตรัง จ.ตรัง- สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของ สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายลงพื้นที่ศึกษาดูงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตรัง จังหวัดตรัง เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานและแนวทางการป้องกันแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนของพื้นที่ ร่วมศึกษาการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายสู่การเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย พร้อมระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ผลักดันเป็นมาตรการสร้างความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า สคอ.พร้อมคณะสื่อมวลชนและเครือข่าย ได้แก่ สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย สมาคมสื่อช่อสะอาด สถานีโทรทัศน์ ไทย เคเบิล บรอดแคสติ้ง ช่อง 37 HD และบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ร่วมลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การทำงานด้านป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้รูปแบบการทำงานในวิถีท้องถิ่นของคนบนเกาะที่มีพื้นที่เฉพาะ ศึกษวิธีการทำงานด้านลดอุบัติเหตุในพื้นที่ เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น การท่องเที่ยวปลอดภัย และการเชื่อมโยงคนในชุมชนด้วยผู้นำศาสนาที่กำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชุมชนทุกมิติ นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนร่วมกับคนในชุมชน ด้วยการทาสีทางม้าลายบริเวณหน้าโรงเรียนเพื่อลดจุดเสี่ยงเวลาเด็กนักเรียนมาโรงเรียน และทำให้ผู้ขับขี่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยเมื่อเห็นทางม้าล้ายต้องชะลอความเร็ว ทั้งนี้ได้กำหนดไว้ 2 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านเกาะลิบง ม. 1 บ้านโคกสะท้อน และโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ ม.4 บ้านบาตูปูเต๊ะ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ทั้งนี้การที่ สคอ.และเครือข่ายในพื้นที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะทำให้คนในชุมชนได้เกิดการตื่นตัว เห็นความสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่ตนเองมากขึ้นและที่สำคัญถือเป็นการเริ่มต้นการมีทางม้าลายแห่งแรกของเกาะลิงบงอีกด้วย นายสิทธิพร จิเหลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง กล่าวว่า ตำบลเกาะลิบงมี 8 หมู่บ้าน ประชากร 7,422 คน 2,272 ครัวเรือน ประกอบอาชีพประมงและกรีดยาง คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ผู้นำศาสนามีบทบาทสำคัญมากในพื้นที่และมีโรงเรียนประถมศึกษา 6 แห่ง โดยเรื่องความปลอดภัยของคนในชุมชน เป็นบทบาทหน้าที่สำคญของท้องถิ่นที่จะต้องเข้าไปดูแล ได้แก่ ด้านถนน ทาง อบต.ได้ให้งบสร้างถนนคอนกรีต 3 สาย ยาวกว่า 20 กิโลเมตร แต่ก็ยังเหลือหมู่บ้านที่เป็นถนนลูกรังเพราะถนนไม่ได้อยู่ในการดูแลของอบต. จึงไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ ด้านอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่ตํารวจรับแจ้งเหตุและตรวจท้องที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ด้านการท่องเที่ยว ได้จัดระเบียบบริเวณท่าเรือ แก้ปัญหาจราจร โดยทำ MOU กับชุมชน ทุกคนที่มีรถและเดินทางมาในบริเวณท่าเรือต้องจอดรถตามจุดที่ให้จอดเท่านั้น ผู้ฝ่าฝืนจะมีการตักเตือน ด้านป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ในพื้นที่เกาะลิบง ยังมีจุดเสี่ยงหลายแห่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขประมาณ 4-5 จุด เช่น บริเวณหน้าโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ผู้ขับขี่มักใช้ความเร็วสูงเพราะถนนโล่ง และไม่มีทางม้าลายให้คนข้าม ส่งผลให้เด็กนักเรียนเสี่ยงอันตรายเวลาข้ามถนน ซึ่ง อบต.กำลังเร่งแก้ไขปรับปรุง นายสิทธิพรฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการใช้กฎหมายเข้มกับคนบนเกาะทำได้ยาก ต้องปรับเป็นสร้างจิตสำนึกและรณรงค์ถึงความสำคัญจึงจะทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น ช่วงที่ผ่านมาอุบัติเหตุในพื้นที่มีน้อย เดือนละ 1-2 ครั้ง บางเดือนไม่มีเลย ส่วนใหญ่ที่เกิดเป็นนักท่องเที่ยว เช่ารถจักรยานยนต์ขี่เอง และไม่ชำนาญทางทำให้เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย และกรณีเสียชีวิตเคยเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยวัยรุ่นในพื้นขับเร็วและไม่ใส่หมวกกันน็อคเกิดเฉี่ยวชนกับคู่กรณีที่ขี่จักรยานยนต์เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่สนใจทาง จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุชนอย่างแรงทำให้เสียชีวิต 1 ราย หลังจากนั้นก็ยังไม่มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่อีกเลย นางไพรัช วัฒนกุล เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ตรัง กล่าวว่า กว่า 10 ปี ที่ตนเองทำงานในพื้นที่คนในชุมชนพบว่า คนเกาะลิบงมีอัธยาศรัยดีเป็นกันเอง พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดเวลา ผู้นำมีความเข้มแข็ง มีการทำงานเชื่อมโยงเครือข่ายในพื้นที่เป็นอย่างดี และเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ทางเครือข่าย สสส. ได้ลงไปเปิดเวทีความคิด นำคนในชุมชนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พาไปศึกษาดูงานแล้วนำสิ่งที่ได้มาปรับใช้ในพื้นที่ตนเอง จนทำให้เกาะลิบงพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปในที่ดีขึ้น สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ของชุมชนเองได้ เกิดความร่วมมือคนในชุมชนที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงภาคีได้ดี จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัยเกือบทุกด้าน เกาะลิบงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะวันหยุด นอกจากนี้ยังมีแบบโฮมเสตย์ ที่ทางุชมชนควบคุมราคาไม่ให้เอาเปรียบนักท่องเที่ยว มีการทำข้อตกลงร่วมกันในคนชุมชนที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวประทับใจและได้รับบริการที่ดีกลับไป สำหรับข้อแนะนำนักท่องเที่ยวที่จะมาเกาะลิบง จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ห้าม 6 ส.ได้แก่ สุนัข สุกร สายเดี่ยว สุรา ยาเสพติด และนุ่งสั้น หากนักท่องเที่ยงนุ่งสั้นหรือแต่งกายล่อแหลม ก็จะให้แต่งกายให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันอาชญากรรม เกือบทุกหมู่บ้านจะห้ามดื่มและจำหน่วยสุรา ยกเว้นบางพื้นที่ที่เป็นรีสอร์ทเอกชน ปัจจุบันเกาะลิบง ได้มีการพัฒนาและขยายเครือข่ายการทำงาน เช่น การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย การใส่หมวกกันน็อค ฝึกอาชีพ แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร และจัดการขยะในพื้นที่ จากความร่วมมือ ร่วมใจของทุกฝ่ายที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ สร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับชุมชนทุกมิติ ส่งผลให้ปัจจุบันเกาะลิบงได้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัยที่มีความเข้มแข็ง และยั่งยืนตลอดไป ภาพโดย ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ เรียบเรียง โดย สุดารัตน์. คนไว เหยี่ยวข่าวยอดพระยมรายงาน
@เอกชัย โปธา 05/06/2022
