จังหวัดอุบลราชธานี ชาวบ้านตำบลสารภีร้องสื่อให้
ตรวจสอบโครงการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลพร้อมหอถัง ม. 5 ต . สารภี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 นายวิชัย สิถิระบุตร(ฅน ข่าวภูธรฯ)ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่มีชาวบ้านหมู่ที่ 5 บ้านหินห่อม ตำบลสารภี อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานีร้องเรียนมาเพื่อให้ตรวจสอบโครงการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลพร้อมหอถังที่บ้านหินห่อมหมู่ที่ 5 ตำบลสารภีอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ไม่โปร่งใสอาจจะส่อไปในทางทุจริตเพราะว่าการก่อสร้างโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำเพื่อส่วนรวมทางองค์การบริหารส่วนตำบลสารภีหมู่ที่ 5 ได้นำโครงการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลพร้อมหอถังไปลงที่บ้านพ่อตาของตัวเองซึ่งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคนที่พูดถึงได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ผู้ร้องจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการตรวจสอบให้อีกทีนายเขมราฐ ขัมภรัตน์ นายอำเภอโพธิ์ไทรในฐานะเป็นผู้มีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของทางราชการตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและ
องค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ 7)2562 มาตรา 90*ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสารภีได้นำโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนนำไปลงในพื้นที่ส่วนบุคคลไม่เกิดประโยชน์เพื่อส่วนรวมสิ้นเปลืองเงินงบประมาณโดยใช้เหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบให้ดีเผื่อจะเจออะไรที่ไม่ดีทับถมไว้หรือจะปล่อยให้ชาวบ้านออกมาประท้วงก็ตามใจนะครับเจ้านาย
ภาพ/ข่าว/วิชัย สิถิระบุตร(ฅน ข่าวภูธรฯ)รายงาน/088-044-2249
เหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับโรงพยาบาล
พฤหัส ต.ค. 27 , 2022
เหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับโรงพยาบาลจังหวัด […]

You May Like
-
กาญจนบุรี – หนุ่มเดนคุกตามจีบสาววัย19 ถูกพ่อเลี้ยงกีดกัน โมโหจัดควักปืนยิงดับ ลุงเก็บของป่าผ่านมาเจอถูกยิงดับไปอีกราย กาญจนบุรี หนุ่มเดนคุกตามจีบสาววัย 19 แต่เจ้าตัวไม่เล่นด้วย แถมพ่อเลี้ยงและแม่ยังกีดกัน โมโหจัดควักปืนยิงพ่อเลี้ยงเสียชีวิต ขณะที่ลุงหาของป่าเดินผ่านมาเจอถูกยิงดับไปอีกราย พบประวัติสุดโหดก่อคดีฆ่าเผายัดเตาถ่าน เพิ่งพ้นคุกมาได้แค่ปีเดียว ก่อนมาก่อเหตุสุดอุกอาจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเลาขวัญ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตจำนวน 2 ราย เหตุเกิดภายในป่าสัก พื้นที่บ้านพุบอน หมู่ 3 ตำบลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต สภาพศพถูกยิง เข้าที่บริเวณใบหน้าและลำตัว นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น จำนวน 2 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายเสริมศักดิ์ หรือ ต้าร์ ขุนกลาง อายุ 38 ปี (ไม่ใส่เสื้อ) มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัด และ นายบุญส่ง ศรีทับทิม หรือ ลุงส่ง อายุ 50 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัดเช่นกัน ส่วนตัวผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือนายจิรเดช หรือ ต้อม ทองยิ้ม อายุ 36 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร จากการสอบถาม นางมด อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ นายเสริมศักดิ์ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาจีบและติดพันน้องเนย ซึ่งเป็นลูกสาวของตนเองประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่ลูกสาวของตนไม่เล่นด้วย ทำให้ นายจิรเดชเกิดความโมโหและพยายามมาตามตื้อลูกสาวของตนที่บ้านอยู่หลายครั้ง ก่อนเกิดเหตุตนและสามี ได้ออกไปหาตัดไม้เผาถ่านตามปกติ กระทั่ง นายจิรเดชได้เข้ามาหาที่บริเวณป่าสักจุดเกิดเหตุ ซึ่งตนพร้อมสามีรวมถึงวัยรุ่นหนุ่มสาวอีก 2 คนกำลังนั่งเล่นกันอยู่ นายจิรเดช ได้เข้ามาพยายามสอบถามว่าน้องเนยไปอยู่ที่ไหน แต่ตนและสามีไม่ยอมบอก ทำให้ นายจิรเดช เกิดความโมโหควักอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่พกติดตัวออกมาข่มขู่ แต่ นายเสริมศักดิ์ซึ่งเป็นสามีของตนก็ยังไม่ยอมบอก ทำให้ นายจิระเดชตัดสินใจใช้ปืนยิงเข้าใส่ นายเสริมศักดิ์ ที่ใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัด ต่อหน้าต่อตาของตนและวัยรุ่นอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ นายบุญส่ง ซึ่งมีอาชีพหาของป่าเดินผ่านมาพอดี นายจิรเดช จึงหันปืนไปรัวยิงใส่ นายบุญส่งอีก 3 นัด จนล้มลงเสียชีวิตข้างศพของ นายเสริมศักดิ์ หลังก่อเหตุนายจิระเดชยังได้บังคับให้ตนนั่งรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายพากลับไปส่งที่บ้านของตน ก่อนที่ นายจิรเดชจะขี่รถหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ ด้วยความกลัวตนจึง รีบหนีออกไปจากบ้านก่อนจะโทรไปแจ้งให้ป้าทราบเรื่องและโทรแจ้งตำรวจ จนนำไปสู่การจับกุมตัว นายจิรเดชดังกล่าว ขณะเดียวกัน นางทิม แก้วบุตรดี อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นป้าของ นางสาวมด ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาพยายามจีบน้องเนยหลานสาวของตนได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่ตลอดเวลาน้องเนยไม่เล่นด้วย เพราะรู้ถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีของนายจิระเดช จึงไม่อยากยุ่งด้วย แต่ นายจิรเดช ก็ยังตามตื้อไม่เลิก คืนก่อนเกิดเหตุ ก็ได้ขับรถมาเบิ้ลเครื่องที่หน้าบ้านและพยายามเข้าไปหาน้องเนยที่อยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน จนน้องเนยต้องโทรไปหา นางสาวมด ซึ่งเป็นแม่ และนายเสริมศักดิ์ที่เป็นพ่อเลี้ยง ให้มาช่วยอยู่เป็นเพื่อน และพยายามไล่ให้ นายจิรเดชกลับบ้านไป กระทั่งช่วงเช้าเมื่อ นายเสริมศักดิ์และนางสาวมด ออกไปเข้าป่าตัดฟืนมาเผาถ่านตามปกติก็ไปเจอกับ นายจิรเดชผู้ก่อเหตุ จนนำมาสู่การก่อเหตุสุดอุกอาจครั้งนี้ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ นายจิรเดช ผู้ก่อเหตุ พบว่าเมื่อช่วงปี 2559 ได้เคยก่อเหตุฆ่าผู้สูงอายุและ นำศพไปยัดเตาเผาถ่านเพื่อจุดไฟเผาอำพรางคดีมาแล้ว โดยศาลได้ตัดสินจำคุก นายจิรเดชเป็นเวลา 25 ปี แต่ นายจิรเดชได้รับการลดหย่อนโทษกระทั่งพ้นโทษออกมาเมื่อประมาณปี 2565 ติดคุกจริงเพียง 5 ปี ก่อนจะกลับมาอยู่ที่บ้าน ก่อนจะมาติดพันน้องเนยจนนำไปสู่การก่อเหตุในครั้งนี้ /////////////////////////////////////////////////////////// ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์ – รายงาน
@เอกชัย โปธา 08/11/2023
