ผวจ.อุบลราชธานี ติดตามติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เตรียม

admin2

ผวจ.อุบลราชธานี ติดตามติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำมูลและน้ำชี พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจชุมชนท่าบั้งมั่งและชุมชนเกตุแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ จากฝนตก 22 ส.ค.65 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี นายอำเภอวารินชำราบ รองนายกเทศบาลนครอุบลราชธานี และนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองวารินชำราบ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในการเตรียมความพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ที่บริเวณประตูเขื่อนระบายน้ำวัดเสนาวงศ์ ชุมชนท่าบ้งมั่ง เทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 13 อุบลราชธานี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว เพื่อสูบน้ำท่วมขังในพื้นลุ่มต่ำที่รับน้ำจากฝนตก ลงสู่แม่น้ำมูล ณ ประตูเขื่อนระบายน้ำที่วัดเสนาวงศ์ เทศบาลวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ ได้ดำเนินการติดตั้งเครืองสูบน้ำขนาด 30 นิ้ว เพิ่มเติมอีก จำนวน 1 เครื่อง เตรียมรับสถานการณ์ เพื่อสูบน้ำ หากเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชน ฝั่งเทศบาลเมืองวารินชำราบ และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน จุดพักพิงชุมชนเกตุแก้ว เทศบาลเมืองวารินชำราบ
ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ด้านการบริหารจัดการน้ำ ของจังหวัดอุบลราชธานี ได้ประสานงาน เขื่อนราศรีสไหล เขื่อนธาตุน้อย เขื่อนหัวนา เขื่อนลำน้ำสาขา เช่น ลำโดมใหญ่ เชบก เชบาย ปล่อยน้ำให้น้อยที่สุด เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งแต่ละเขื่อนปริมาณน้ำจำนวนมาก โดยสามารถปล่อยน้ำได้วันละ ประมาณ 5-10 %
นอกจากนี้กรมชลประทาน ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่แก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร จำนวน 100 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น อีกประมาณ 2-3 วันก็จะสามารถเดินเครื่องได้ กรณีหากระดับแม่น้ำมูลสูงขึ้นครัวเรือนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ทั้ง 2 ฝั่ง เทศบาลนครอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 26 ครัวเรือน มีประชาชนอพยพ 20 กว่าคน ส่วนเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ ได้รับผลกระทบ 2 ชุมชน คือ ชุมชนเกตุก้ว และชุมชนท่าบ้งมั่ง จำนวน 20 ครัวเรือน โดยเทศบาลทั้ง 2 แห่งได้ให้ความช่วยเหลือที่พัก ตั้งเต๊นท์ สนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค
สำหรับเขื่อนป้องกันตลิ่ง ควบคุมน้ำ ฝั่งอำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง ประมาณ 3-4 เมตร ฝั่งอำเภอวารินชำราบ ยังเป็นฟันหรอ ซึ่งเป็นช่องทางจุดที่น้ำไหลเข้าชุมชน โดยเทศบาลวารินนำกระสอบทรายป้องกัน รองรับนำล้นตลิ่งเข้าชุมชน ส่วนการแก้ไขระยะยาว กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตั้งงบประมาณก่อสร้างผนังกั้นน้ำ เพื่อปิดกั้นช่วงที่เป็นฟันหรอ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างเสร็จภายในอีก 1 ปี จาการรายงานพื้นที่การเกษตร จำนวน 7 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบ จากน้ำไหลหลาท่วมพื้นที่การเกษตร โดยได้สั่งการให้อำเภอสำรวจข้อมูล เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป
ด้านการเฝ้าระวังให้ทุกอำเภอ เทศบาลนครอุบลราชธานี ทุกเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง สื่อสารกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และแจ้งเหตุกับนายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง

Next Post

อุบลฯ กสทช.ภาค2เขต22 จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

Post Views: 71 อุบลฯ กสทช.ภาค2เขต22 จัดฝึกอบรมเชิง […]

ข่าวภูธร