จ. อยุธยา คดีไม่คืบ สองแม่ลูก เจ้าของอาคาร

admin2

จ. อยุธยา คดีไม่คืบ สองแม่ลูก เจ้าของอาคารพาณิชย์ พร้อมทนายความ หอบหลักฐานติดตามคดีแจ้งความไม่คืบหน้า ถู กนักการเมืองท้องถิ่น ข่มขู่คุกคาม เข้ามาทำลายทรัพย์สินกรณีสืบเนื่องมาจากผู้เสียหาย 2 แม่ลูก ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกลงบันทึกประจำวันไว้ สภ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 25563 ว่ามีคู่กรณีซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เข้ามาก่อเหตุทำลายทรัพย์สิน ภายในเขตพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ของผู้เสียหาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางทนายได้มีการติดตาม เรื่องมาหลายครั้งแต่ก็คดีความไม่คืบหน้า เวลา 10.00 น. วันที่ 10 พ.ค. 64 นายฤธี รัตนวิมล ทนายความ พร้อม 2 แม่ลูก เจ้าของอาคารพาณิชย์ 9 คูหา สงวนชื่อนามสกุลกลัวไม่ปลอดภัย จึงเดินทางมา พบพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี จากผู้ก่อเหตุดังกล่าวไม่มีความเกรงกลัวในกฎหมาย ซึ่งเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุก็ยังเข้าไปเกะกะระรานภายในพื้นที่ของผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน แต่พบว่าพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี หยุดไม่ได้เข้าเวรจึงได้โทรไปสอบถามพบว่า ได้มีการเรียกคู่กรณีเข้ามาสอบถามแล้ว แต่ทางคู่กรณีให้การกับพนักงานสอบสวน ว่าจะเข้าไปไกล่เกลี่ยและเจรจากับผู้เสียหายเอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เข้าใจว่าเค้าเป็นคนละรานแล้ว แต่เมื่อเป็นเช่นที่ผู้เสียหายกล่าวก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายฤธี รัตนวิมล ทนายความ แจ้งว่าได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ในข้อหา ทำให้เสียทรัพย์และข่มขู่ทำให้ตกใจกลัว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ 9 คูหา. หมู่ 7 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีกล้องวงจรปิดบันทึกติดตามไว้ได้ ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น ของวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ขณะชายคนหนึ่งเข้าไปก่อเหตุลักษณะป่วนทำลายสิ่งของซึ่งเป็นแผงเหล็ก ที่เจ้าของอาคารพาณิชย์นำไปวางกั้น ไม่ให้ผู้คนนำรถเข้ามาจอดในพื้นที่ส่วนบุคคล โดยการใช้เท้าถีบเหล็กแผงกั้นให้ล้ม จากนั้นเดินไปทำร้ายท่อปูนที่เจ้าของกั้นไว้ให้ล้ม และลากไปวางไว้ที่บริเวณหน้าสำนักงาน จากนั้นกล้องวงจรปิดอีกตัว ก็สามารถจับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุคนนี้ไว้ได้ ขณะไปรากถังขยะที่อยู่บริเวณด้านนอกมากองรวมไว้ที่หน้าสำนักงาน ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากถูกนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาป่วนและทำลายทรัพย์สินภายในเขตพื้นที่ของผู้เสียหายถึง 5 ครั้ง บางครั้งก็นำประทัดเข้ามาจุดในเวลายามวิกาล นายฤธี รัตนวิมล ทนายความ กล่าวว่า ได้นำเอกสารประกอบสำนวนคดี ปรากฏว่าไม่พบทางพนักงานสอบสวนเนื่องจากว่าออกเวรไปก่อนหน้านั้น แต่ก็จะมีการติดต่อให้ทางพนักงานสอบสวน มาพูดคุยเพื่อดำเนินคดีต่อเนื่องจากว่าล่าช้ามาประมาณ 4-5 เดือน เกรงว่ากลัวคดีเงียบหายเพราะยังถูกคู่กรณีก่อกวนในช่วงกลางคืน และข่มขู่อยู่ต่อเนื่องตลอดอยากให้มีการแก้ปัญหาและพูดคุยกันหากพูดคุยกันได้ ก็จะพูดคุยกันว่าจะเป็นการตกลงกันอย่างไรส่วนในเรื่องที่ล่าช้านั้นก็น่าจะมีการพูดคุยกันก่อนตั้งแต่แรก เพราะมาถึงขนาดนี้มันมากเกินที่จะพูดคุยแต่ก็ต้องลองคุยกันก่อนหรือมาขอโทษว่าจะไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกขณะเดียวกันผู้สื่อข่าว จึงประสานเดินทางติดต่อสัมภาษณ์ทางนักการเมืองท้องถิ่น ที่ถูกแจ้งข้อหาทำลายทรัพย์สินดังกล่าวนั้นและได้พบตัวได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้นตนได้ไปซื้อตึกดังกล่าวที่บริเวณที่เกิดเหตุ เกิดมีเรื่องกันอยู่ห้องริมตึกแถว และได้เกิดเซ็นสัญญาในเบื้องต้น แต่ตอนแรกไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่จอดรถ เพราะทุกที่นั้นจะมีที่จอดรถให้กับผู้ที่มาเช่าตึกลูกค้าตลอด ใครก็สามารถจอดได้เพื่อให้มาทำธุระดังกล่าว แต่เมื่อเซ็นสัญญาเสร็จแล้วมีลูกค้าหรือคนอื่นที่มาจอด โดยเฉพาะผู้ที่มาเช่าตึก หรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะจอดได้เนื่องจากจะถูกไล่ตลอด แต่ตนเองนั้นก็ยอมรับผิดเกี่ยวกับเรื่องการที่ตนเอง มีความโมโหและหุนหันไปหน่อยก็ยอมรับผิดในช่วงนั้น จะมีการไกล่เกลี่ยก็ขอไกล่เกลี่ยและรับใช้สิ่งที่เสียหายให้ และตนเองก็ยอมรับผิดที่มีอารมณ์โกรธและหุนหันไปทำลายเนื่องจากว่ากลางคืนตนเองนั้นจะกลับไปที่ตึกและเห็นก็ไม่พอใจ จึงไปถีบทรัพย์สินของเขาส่วนในเรื่องปืนนั้นเป็นปืนปลอม ที่ตนนั้นนำมาเล่นเท่านั้นไม่ใช่ปืนจริงหรือข่มขู่แต่อย่างใด นอกจากนี้ส่วนการจุดประทัดนั้น ตนเองได้มีการไหว้เจ้าที่ของตึกอยู่แล้ว ไม่ได้ไปกลั่นแกล้งแต่อย่างใดหากมีการแจ้งความเรื่องนี้ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะยินยอมรับใช้ให้กับสิ่งที่เสียหายไป จึงยอมรับผิดและตนเองนั้นก็ได้นำโฉนดการซื้อขายของตึกนั้นมาให้กับผู้สื่อข่าวดูอย่างถูกต้องตามกฎหมายว่าเป็นตึกของตนเองที่ซื้อ แต่เรื่องนี้ก็ต้องรอดูทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกที หรือทางทนายว่าจะมีการพูดคุยกันอย่างไรส่วนตนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายเพียงแต่ทางเจ้าของตึกนั้นก็เอาเปรียบกับผู้ซื้อตึกที่อยู่อาศัยมากเกินไป เนื่องจากที่จอดรถนั้นใครมาจอดก็จะถูกไล่ตลอด และไม่สามารถจะไปจอดได้รวมทั้งลูกค้าก็ถูกต่อว่า ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.).มาไล่ตลอดเวลาเนื่องจากอยู่ในที่เดียวกัน ก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันแต่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตนเองก็ไม่พอใจที่มาทำแบบนี้เนื่องจากว่าซื้อตึกไปแล้ว จะขายก็ไม่ได้ราคารวมทั้งในตึกที่มีการซื้อไปนั้นหลายคูหาก็เกิดเหตุการณ์โดนแบบนี้เช่นเดียวกัน ทางเจ้าของตึกมาไล่ไม่ให้จอดจึงเกิดการเอารัดเอาเปรียบกันและจึงไม่พอใจด้านเจ้หน่อย เจ้าของตึกอาคารพาณิชย์ บอกว่าหากเรื่องนี้ได้มีการตักเตือนกันก็ไม่ต้องถึงขนาดมาทำลายสิ่งของในช่วงกลางคืน น่าจะคุยกันได้สนใจเรื่องจอดรถไม่สมควรที่จะจอดนาน เนื่องจากจะมีคนอื่นเข้าออกแต่ก็ได้ไปเตือนจนทำให้ทางนักการเมืองท้องถิ่นนั้นเกิดความโมโหเกิดการมาทำลายสิ่งของในช่วงกลางดึกหลายครั้ง จึงไม่ยอมและทำการเข้าแจ้งความแต่เรื่องนั้นยังคงเงียบหายจึงต้องไปตามเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องคดีนี้ เพราะว่าเกิดเรื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 จนถึงขณะนี้เดือนพฤษภาคม 2564 ก็ยังไม่คืบหน้า ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่ตึกนั้นก็ยังกลัวเนื่องจากว่า ทางฝ่ายตรงข้ามนั้นนำอาวุธปืนมาข่มขู่แต่ไม่ทราบว่าเป็นปืนแบบไหน จึงเดินไปชี้ที่เกิดเหตุที่เกิดความเสียหายบริเวณหน้าตึกว่าถูกกระทำมาตลอด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทนายความก็จะมีการพูดคุยกัน รวมทั้งทนายทั้งสองฝ่ายจะมีการพูดคุยไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งหนึ่ง และทำการชดใช้ค่าเสียหายแต่จะต้องมีการนัดกันอีกครั้ง เพื่อเป็นการนัดคุยกัน โดยผ่านทางพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

สุขุม แก้วกุดั่น รายงาน

Next Post

ภาคเอกชนอุบลฯ มอบชุด ppe พร้อมอุปกรณ์

Post Views: 34 ภาคเอกชนอุบลฯ  มอบชุด ppe พร้อมอุปก […]

You May Like

ข่าวภูธร